Strategy Positioning × Process
9 ความแตกต่างของกลยุทธ์ที่คุณโฟกัส — ทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว

ก่อนหน้านี้ผมได้มีการไปคอนซัลท์บริษัทลูกค้า ได้ใช้เครื่องมือนี้ในการตรวจสอบตำแหน่งทางกลยุทธ์ และกระบวนการทางธุรกิจ เพื่อเตรียมปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ก่อนขึ้นเป็น Digital Transformation เพื่อวางระบบงานและกลยุทธ์ทั้งระบบ Strategy Positioning X Process ช่วยให้เราปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ และรู้ว่าควรต้องวางระบบแบบไหนต่อไป ไปลองรู้จักมันกันครับ

งานวิจัยจาก MIT โดย Arnoldo Hax และ Nicolas Majluf ได้พูดถึง “Nine Distinct Strategies” ความแตกต่างทางกลยุทธ์ทั้ง 9 แบบ ที่เกิดขึ้นจากการกำหนดตำแหน่งทางกลยุทธ์ (Strategy Positioning) และกระบวนการดำเนินงาน

9 ความแตกต่างของกลยุทธ์ที่คุณโฟกัส โดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว ? หมายความว่า คุณอาจกำหนดตำแหน่งทางกลยุทธ์ และออกแบบกระบวนการไว้เสร็จสรรพเรียบร้อย และนั่นคือ การบอกว่ากลยุทธ์ของคุณกำลังโฟกัสอะไร เป็นจุดที่คุณต้องเข้าไปจัดการและทำมันให้เวิร์คที่สุด เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจ

เราไปเรียนรู้กันว่า แบ่งขอบเขตกันอย่างไรก่อนในลำดับแรก ก่อนที่จะ Cross ระหว่าง Strategy Positioning X Process

#Strategy Positioning สามารถแบ่งขอบเขตหลักได้ 3 ประเภท ได้แก่…
1. Product : การขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้วยผลิตภัณฑ์ มุ่งเน้นการสร้างผลิตภัณฑ์ต้องดี ต้องเจ๋ง ต้องสุด ระดับ Order Winner คือ สามารถแข่งขันและเอาชนะตลาดได้ หรือเรียกว่าง่ายๆ มีคุณภาพ และราคาที่ไปต่อได้นั่นเอง

2. Customer : การขับเคลื่อนกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นลูกค้า โดยการตอบสนองและแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าเป็นหลักการสำคัญ หรือเรียกง่ายๆ Made-to-order / custom / craft บางสิ่งบางอย่างเพื่อลูกค้าแต่ละรายโดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์ของลูกค้าอย่างเหมาะสม เป็นการสร้าง Solution เพื่อลูกค้าแบบเฉพาะราย

3. System : การขับเคลื่อนกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการสร้างระบบการดำเนินงานที่ชัดเจน และใช้เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตขึ้น

#Process สามารถแบ่งขอบเขตหลักได้ 3 ประเภทเช่นกัน ได้แก่…
1. Operation : กระบวนการดำเนินงานที่เน้นประสิทธิภาพ เน้นการทำงานเป็นระบบที่มาตรฐาน
2. Customer : กระบวนการทำงานที่มุ่งเน้นไปที่ลูกค้า เรียกว่า Customer-centric ลูกค้าจึงเป็นศูนย์กลางและสำคัญอย่างสูงสุด

3. Innovation : กระบวนการดำเนินงานที่มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรม หรืออะไรใหม่ให้เกิดขึ้น ในองค์กรเพื่อสร้างสรรค์กลยุทธ์ที่ดีกว่า เหนือกว่า

เมื่อนำ Strategy Positioning X Process จะได้ 9 ความแตกต่างของกลยุทธ์ที่คุณโฟกัส โดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว

Type 1
Product X Operation = Product Performance
ถ้าคุณมุ่งเน้น Product ที่ต้องดี เด่น แตกต่างกว่า มีคุณภาพ หรือต้นทุนที่ไปต่อได้ ขณะที่กระบวนการดำเนินงานมุ่งเน้นการทำงานที่เป็นระบบมาตรฐานอย่างมีประสิทธิภาพ คุณกำลังโฟกัสไปที่ Product Performance ดังนั้นหัวใจของมันคือ การสร้างสินค้าที่มีความสามารถในด้านต้นทุน หรือคุณภาพที่แตกต่าง หรือทั้งสองด้าน ด้วยการมีระบบที่จะช่วยสนับสนุนการลดต้นทุน และสร้างคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้อยู่ในระดับที่แข่งขันได้ ตัวอย่างเช่น ธุรกิจ FMCG หรือสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปที่เราใช้ๆ กันในแต่ละวัน พวกนี้จึงแข่งขันกันว่า จะคงคุณภาพสินค้าอย่างไร ในขณะที่ลดต้นทุนไปด้วยในแต่ละวัน เช่น การเพิ่ม Productivity การปรับปรุงคุณภาพการผลิต การเปลี่ยนเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

Type 2
Product X Customer = Distribution Channels
การมุ่งเน้น Product ที่ต้องดี และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม หัวใจสำคัญคือ การสร้าง Distribution Channels ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้โดยตรงอย่างมีประสิทธิภาพ ลองคิดถึงธุรกิจที่มีสินค้าที่ดี แต่มันเฉพาะ หรือ Niche กับลูกค้าบางกลุ่มเท่านั้น ดังนั้น Distribution Channels การสร้างช่องทางการจัดจำหน่ายที่เข้าถึงกลุ่มเหล่านั้นได้จึงสำคัญอย่างมาก เช่น งานคอนซัลท์ของผม ที่ต้องเข้าไปวางกลยุทธ์ในองค์กร คนที่ตัดสินใจส่วนใหญ่คือ ระดับบน หรือ Top Management ไม่ก็ CEO หรือบอร์ดบริหาร นั่นเป็นที่มาว่า ผมจะต้องสร้าง Distribution Channels ที่เข้าถึงกลุ่มคนเหล่านั้นได้ การไปเรียนหลักสูตรกรรมการบริษัท ที่เต็มไปด้วยผู้บริหารระดับสูง / CEO / บอร์ดบริหาร เป็นหนึ่งในการเปิดช่องทางเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะ

Type 3
Product X Innovation = Product Innovation
การมุ่งเน้น Product ที่ต้องดี และกระบวนการทำงานที่สามารถสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นได้อย่างสม่ำเสมอ มันคือ การโฟกัสไปที่ Product Innovation เน้นการสร้างสินค้าที่มีนวัตกรรม หรือสิ่งใหม่ให้กับตลาด ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับธุรกิจพวก Gadget / Technology ต่างๆ เป็นต้น

Type 4
Customer X Operation = Customer Benefits
การมุ่งเน้นลูกค้า หรือการตอบสนอง แก้ไขปัญหาให้ลูกค้าแต่ละราย หรือกลุ่มโดยเฉพาะ เมื่อมาผสมผสานกับกระบวนการดำเนินงานมุ่งเน้นการทำงานที่เป็นระบบมาตรฐานอย่างมีประสิทธิภาพ มันคือ การทำ Customer Benefits ยกระดับกระบวนการดำเนินงาน ระบบงานต่างๆ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้ลูกค้า เช่น สะดวกสบายมากขึ้น รวดเร็วมากขึ้น ด้วยขั้นตอนที่วุ่นวายน้อยลง หรือขั้นตอนที่ถูกออกแบบขึ้นใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาให้ลูกค้ารายนั้นโดยเฉพาะ ถ้าย้อนไปในอดีตยุค 2.0 ก็คงใช่ แต่ในปัจจุบัน วิธีนี้เป็นส่วนย่อยที่ทุกองค์กรทำ เราอาจเรียกมันว่า การลีนขั้นตอนกระบวนการในการทำงานก็ได้ เช่น เวลาคุณมีปัญหาด้านบัตรเครดิต โทรไปที่ Call Center พวกเขามีอำนาจในการแก้ไขปัญหาให้กับคุณ ที่อาจลดขั้นตอนบางอย่าง หรือช่วยจัดการปัญหาให้คุณทันที เพื่อสร้าง Customer Benefits

Type 5
Customer X Customer = Customer Bundles
การมุ่งเน้นลูกค้าทั้งเชิงกลยุทธ์ และกระบวนการที่โฟกัสลูกค้าเป็นหลัก มันคือ อะไรที่ Unique สุด เรียกว่า Customer Bundles สินค้าและบริการจะถูกออกแบบมาเพื่อลูกค้ารายนั้นๆ โดยเฉพาะ แบบ Tailor-made ตัวอย่างเช่น ธุรกิจตัดสูท ธุรกิจที่ปรึกษา ธุรกิจที่ออกแบบต่างๆ เรียกง่ายๆ ว่า ถ้าทุกงาน ทุกสินค้าและบริการ มีการ Tailor-made ให้โดยเฉพาะก็ถือว่าเข้าข่าย

Type 6
Customer X Innovation = Service Innovation
มุ่งเน้นลูกค้า และกระบวนการทำงานที่สามารถสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นได้อย่างสม่ำเสมอ ถ้าเป็นลักษณะนี้ คือ การโฟกัสที่ Service Innovation ใช้การสร้างความแตกต่างทางบริการ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่มโดยเฉพาะ เช่น telemedicine สำหรับลูกค้าบางกลุ่มบางราย หรือการทำธุรกิจทางการเงิน ประกันแบบอัตโนมัติบางอย่าง เพื่อกลุ่มที่เข้าถึงเทคโนโลยี และใช้งานได้ง่าย (แต่ก็มีช่องทางอื่นๆ ไว้ให้กับกลุ่มที่เปลี่ยนแปลงตามนวัตกรรมการบริการไม่ทัน เช่น ตามเทคโนโลยีไม่ทัน เป็นต้น)

Type 7
System X Operation = System Performance
การมุ่งเน้นระบบ และกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และมาตรฐาน คือ การโฟกัสไปที่ System Performance ล้วนๆ เป็นการสร้างระบบการทำงานขึ้นมา และวางกระบวนการให้สอดรับ เน้นประสิทธิภาพของระบบ และใช้ระบบในการขับเคลื่อนธุรกิจและทำกำไร ปัจจุบันจะเห็นได้จากธุรกิจเทคใหม่ๆ ที่ไม่ได้สร้างสินค้าแบบจับต้องได้ออกมา แต่เน้นการสร้างระบบมาให้ใช้งานแทน พวกแอพลิเคชั่นต่างๆ ก็เช่นกัน

Type 8
System X Customer = Unique System
การมุ่งเน้นระบบ และกระบวนการทำงานที่มุ่งเน้นไปที่ลูกค้าเป็นสำคัญ คือ การโฟกัสไปที่การสร้าง Unique System หรือระบบเพื่อลูกค้าบางกลุ่ม บางรายโดยเฉพาะ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจที่ต้อง Tailor-made ระบบให้ลูกค้า เช่น ระบบซอฟต์แวร์ โปรแกรมต่างๆ ที่ขึ้นมาเพื่อลูกค้าแต่ละรายโดยเฉพาะ หรือระบบโรงงานที่ต้องปรับแต่งตามลูกค้าแบบสุดๆ เรียกว่าถอดแบบไปใช้ที่อื่นไม่ได้ เป็นต้น

Type 9
System X Innovation = Architecture Innovation
การมุ่งเน้นระบบ และกระบวนการทำงานที่สามารถสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นได้อย่างสม่ำเสมอ เป็น advance ขั้นสุดอีกอย่างที่มีการผสมผสานของระบบ และนวัตกรรม สร้างสินค้า บริการ หรือระบบใหม่ ที่ก่อให้เกิดตลาดใหม่ไปเลย เป็นการสร้างนวัตกรรมทางสถาปัตยกรรม เช่น ระบบการทำงานของ Smart watch ที่เชื่อมข้อมูลสุขภาพ กับฟิตเนส โรงพยาบาล และประกันภัย นำไปสู่การออกแบบแพคเกจการดูแลสุขภาพ การทำประกันชีวิต หรือการรักษาพยาบาล ก่อให้เกิดระบบการดำเนินงาน หรือการให้บริการใหม่ที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหรือตลาดใหม่ได้ เป็นต้น

ดร.ทอย อัครินทร์ เทพประสิทธิ์
CEO, MVP Consultant

Related Posts: บทความเพิ่มเติม

Home
Core Business
Trend & Insight
E-Book
Contact Us
info@mvpconsultantgroup.com

061-664-2999

083-289-6446

061-664-2999 , 083-289-6446
info@mvpconsultantgroup.com
Subscribe to our latest insights

Trend & Insight

เริ่มต้นค้นพบมุมมองใหม่วันนี้ กับคำแนะนำและข้อมูลเชิงลึกที่จะเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการทำงานของคุณ
ทุกบทความถูกออกแบบให้กระชับ และเข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

Business Strategy

Marketing Strategy

People Management

Self-Development

Statistical Trends

Related Articles

Our Health Care Industry Services

Free Competition Threat Model Post7

4 Design Manage Your Business Post6

Strategy Choice Cascade Post5

Strategy Positioning × Process Post4

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

How We Support Companies in the Health Care Industry

At BCG, we work across the health care value chain to help our clients navigate their most pressing challenges, including:

  • Accelerating R&D to develop innovative therapies and diagnostics across a variety of specialties, including oncology
  • Advancing and delivering new treatments and health care models
  • Forging cross-industry partnerships to accelerate innovation and provide access to lifesaving treatments and care
  • Building supply chain resilience and improving sustainability through environmental, social, and governance goals
  • Transforming next-generation commercial models through digital, data, and analytics
  • Enabling health systems to promote health equity for patients and society
  • Transforming and strengthening health care strategies, capabilities, and ways of working for resilience and continued growth
  • Creating value through strategic mergers and acquisitions, and excellence in post-merger integrations
  • Accelerating analytics, data, and digital transformation
  • Building global health capabilities in many areas, including emergency preparedness, global health security, infectious diseases, epidemics, and pandemics

Our health care consulting experts do this through an unrelenting commitment to innovation, collaboration, and industry-leading expertise. At BCG, we aim to create positive change in the world—for our clients as well as for patients and society—by helping clients deliver medical breakthroughs, innovative cures, and transformative patient experiences.

Powerful Insights from Leading Health Care Executives

Discover what’s top of mind for health care CEOs and executives as they continue to navigate the challenges of the pandemic and imagine possibilities for the future.

Our Client Work in the Health Care Industry

Discover what’s top of mind for health care CEOs and executives as they continue to navigate the challenges of the pandemic and imagine possibilities for the future.

50%

Increase

At a major pharma company, topline growth for a previously underperforming product jumped 50% in a year after BCG used CRM, payer data, and other analytics to assess its promotional efforts and improve customer engagement.

500K

Patients

We worked with a large health system to transform its technology—and its care. Applying human-centered design and an agile approach put a groundbreaking product into the hands of patients within a year. The new digital front door is now used by over 500,000 patients to find, manage, and pay for care with the click of a button.

2X

Productivity

A leading medtech company used our Build-Operate-Transfer approach to prepare its sales function for the future and accelerate growth. The effort included launching a 150-person internal sales function to replace third-party manufacturers’ representatives. In less than a year, sales rep productivity doubled while sales costs dropped by 30%.

Meet Our Health Care Consulting Leadership Team

มากกว่า 10 ปี ที่ MVP Consultant ให้บริการในการวิจัยตลาด การระบุเทรนด์ทางธุรกิจ ของแต่ละ Industry ตลอดจนการวางแผนกลยุทธ์ กำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจ การวางโครงสร้างธุรกิจ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง การเติบโต และขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับลูกค้าทั้งองค์การภาครัฐและเอกชน

Torben Danger

Managing Director and Senior Partner; Global Leader

Torben Danger

Managing Director and Senior Partner; Global Leader

Torben Danger

Managing Director and Senior Partner; Global Leader

BCG at the Milken Institute Global Conference

BCG leaders provide insights on the latest trends, challenges, and innovations across industries.

Blogs

มากกว่า 10 ปี ที่ MVP Consultant ให้บริการในการวิจัยตลาด การระบุเทรนด์ทางธุรกิจ ของแต่ละ Industry ตลอดจนการวางแผนกลยุทธ์ กำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจ การวางโครงสร้างธุรกิจ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง การเติบโต และขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับลูกค้าทั้งองค์การภาครัฐและเอกชน