เมื่อคู่แข่งเริ่มใช้กลยุทธ์ Free Competition ไม่ว่าจะเป็นการให้ใช้ฟรี ฟรีบางส่วน หรือกดราคาเป็นศูนย์
ปฏิกิริยาธรรมชาติของหลายองค์กรคือ “ตื่นตระหนก” และ “รีบตอบโต้ทันที”
แต่ในความเป็นจริง
การตอบสนองเร็ว ≠ การตอบสนองที่ถูกต้อง
เพราะการกระโดดเข้าสู่เกม “แจกฟรี” โดยไม่วิเคราะห์ให้รอบด้าน
อาจพาองค์กรเข้าสู่ Red Ocean ที่ต้นทุนสูง กำไรหาย และเสียตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว
ก่อนตัดสินใจ เราจำเป็นต้องประเมิน “ระดับภัยคุกคาม” อย่างมีระบบเสียก่อน
กรอบวิเคราะห์: Free Competition Threat Model
การประเมินผลกระทบจาก Free Competition พิจารณาจาก 2 แกนหลัก
อัตราการสูญเสียลูกค้าไปยังคู่แข่ง
อัตราการเติบโตของธุรกิจ
จากสองตัวแปรนี้ จะเกิด 4 สถานการณ์หลัก ดังนี้
Case 1: Minor Threat
Defection < 5% | Growth < 40%
สถานการณ์นี้ยัง “ไม่อันตราย” แม้การเติบโตจะไม่สูงมาก แต่การสูญเสียลูกค้ายังอยู่ในระดับต่ำ
มุมมองเชิงกลยุทธ์
แนวทางปฏิบัติ
นี่คือช่วง “เฝ้าระวัง ไม่ต้องตื่นตระหนก”
Case 2: Immediate Threat
Defection ≥ 5% | Growth < 40%
สถานการณ์นี้เริ่มอันตราย ลูกค้าเริ่มย้ายออกอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การเติบโตเริ่มชะลอตัว
สัญญาณสำคัญ
แนวทางปฏิบัติ
สิ่งที่ต้องทำจริง ๆ คือ ใช้ “เวลา” ที่ได้จากการชะลอเกม เพื่อออกแบบ New Business Model
Free ในที่นี้ = เครื่องมือซื้อเวลา ไม่ใช่กลยุทธ์หลักระยะยาว
Case 3: Delayed Threat
Defection < 5% | Growth ≥ 40%
นี่คือสถานการณ์ที่ดีที่สุดใน 4 รูปแบบ
แม้จะมีคู่แข่งแจกฟรี แต่ยังไม่กระทบแก่นธุรกิจ
แนวทางปฏิบัติ
ในหลายกรณี การแข่งขันแบบนี้กลับช่วย ขยายตลาดให้เรา โดยที่เราไม่ต้องลงทุนเพิ่ม
Case 4: Business Model Threat
Defection ≥ 5% | Growth ≥ 40%
นี่คือกรณีที่ “อันตรายที่สุดในระยะยาว”แม้ตัวเลขการเติบโตยังดูดี
แต่ Defection Rate ที่สูง บอกชัดว่า คุณค่าที่ลูกค้าเคยมองเห็น กำลังเสื่อมลง
สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ:
แนวทางปฏิบัติ
นี่ไม่ใช่เรื่องของการปรับกลยุทธ์เล็กน้อย แต่คือ การ Re-invent Business Model
ต้องถามใหม่ทั้งหมดว่า:
นี่คือจุดที่องค์กรจำนวนมาก “เปลี่ยนร่าง”
หรือไม่ก็หายไปจากตลาดในที่สุด
สรุปสำหรับผู้บริหาร และนักกลุยทธ์
Free Competition ไม่ได้น่ากลัว สิ่งที่น่ากลัวคือ “การตอบสนองผิดจังหวะ”
ก่อนจะกระโดดลงสนามราคา ให้ถามตัวเองให้ชัดว่า
“เราอยู่ใน Quadrant ไหน — และควรเล่นเกมแบบไหน”